ห้องพ่นสีโรงงานต้องใช้ Airflow เท่าไร? วิธีคำนวณลมสำหรับ Spray Booth ให้ได้มาตรฐาน

ค่า Air Velocity ที่ใช้ในห้องพ่นสี
มาตรฐานการออกแบบ Spray Booth Ventilation โดยทั่วไปจะกำหนดความเร็วลมผ่านพื้นที่พ่นสี (Face Velocity) ประมาณ
ประเภทห้องพ่นสี
Air Velocity
Spray Booth ทั่วไป
0.3 – 0.5 m/s
Spray Booth ชิ้นงานใหญ่
0.4 – 0.6 m/s
Automotive Paint Booth
0.45 – 0.5 m/s
ค่าที่นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมคือ
0.4 – 0.5 m/s
ซึ่งสามารถควบคุมละอองสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สูตรคำนวณ Airflow ห้องพ่นสี
สูตรพื้นฐานที่ใช้ในงานออกแบบคือ
Q=A×V
Q = Airflow (m³/s)
A = พื้นที่หน้าตัดห้องพ่นสี (m²)
V = Air Velocity (m/s)
หลังจากได้ค่า m³/s สามารถแปลงเป็น
CMH (m³/hr)
โดยคูณด้วย 3600
ตัวอย่างการคำนวณจริง
สมมุติห้องพ่นสีมีขนาด
Width = 4 m
Height = 3 m
พื้นที่หน้าตัด
A = 4 * 3 , กำหนด Airflow V = 0.45 m/s ได้อัตราไหล Q = 5.4 m3/s
หรือ Q = 19,440 m3/hr ( 19,500 CMH )
องค์ประกอบของระบบ Spray Booth Ventilation
ระบบห้องพ่นสีอุตสาหกรรมโดยทั่วไปประกอบด้วย
1. Air Supply System
ระบบจ่ายลมสะอาดเข้าสู่ห้องพ่นสี
2. Paint Arrestor Filter
กรองละอองสี
3. Water Curtain (ในบางระบบ)
ดักจับ overspray
4. Exhaust Fan
พัดลมดูดอากาศออกจากห้อง
5. Exhaust Stack
ปล่องระบายอากาศ
การออกแบบต้องคำนวณ
Airflow
Static Pressure
Duct Velocity
Filter Pressure Loss
เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อ Airflow ไม่พอ
หากระบบลมในห้องพ่นสีไม่เพียงพอ จะเกิดปัญหา
ละอองสีลอยฟุ้งในห้อง
สีตกใส่ชิ้นงาน
กลิ่นสีออกสู่พื้นที่โรงงาน
ประสิทธิภาพการพ่นสีลดลง
การออกแบบระบบที่ถูกต้องจะช่วย
เพิ่มคุณภาพงานพ่นสี
ลดการใช้สี
เพิ่มความปลอดภัยในโรงงาน
สรุป
การออกแบบ Airflow สำหรับห้องพ่นสีโรงงาน ต้องคำนวณจาก
ขนาดพื้นที่พ่นสี
ความเร็วลมที่เหมาะสม (ประมาณ 0.4 – 0.5 m/s)
ระบบกรองและระบบดูดอากาศ
สูตรพื้นฐานคือ
Airflow = Area × Velocity
การออกแบบที่ถูกต้องจะช่วยให้ระบบ Spray Booth ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปัญหากลิ่นและฝุ่นสีในโรงงาน


